กลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของโรงเรียนวัดแจ้งด้วยนวัตกรรม “Watjang Model” : ดร.จำเริญ จิตรหลัง

กลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน

(O-NET)ของโรงเรียนวัดแจ้งด้วยนวัตกรรม “Watjang Model”

…………………………………………………………………………….

ดร.จำเริญ จิตรหลัง

ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดแจ้ง สพป.ตรัง เขต 1

 

             พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 กําหนดให้การศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยมีความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดํารงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553) นอกจากนี้มาตรา 24 ได้กำหนดให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลมีการดำเนินการฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา (อรสา ดีทุ่ง, 2559:1) คุณภาพผู้เรียนเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทุกระดับจึงต้องให้ความสนใจและตระหนักถึงภาระหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาหมวด 4 มาตรา 22 ระบุว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ การจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ สำหรับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (2552-2561) ได้ระบุวิสัยทัศน์ให้คนไทยเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ และมีนโยบายพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมให้มีศักยภาพสูงสู่มาตรฐานสากลและมีความสามารถทัดเทียมกับนานาชาติ โดยใช้ผลคะแนนจากการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เป็นตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษาสอดคล้องกับ อภิวัฒน์ แสนคุ้ม (2561:19) ที่กล่าวว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนับเป็นตัวชี้วัดทางการศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย เพราะเป็นสิ่งรับประกันการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความพร้อม มีศักยภาพสู่การพัฒนาในด้านต่างๆ ความสำเร็จของการศึกษาจึงให้ความสำคัญกับการบริหารการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยในปัจจุบันมีการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปการเรียนรู้ ปรับปรุงบทบาทของครูจากผู้บอกความรู้มาเป็นผู้จัดประสบการณ์ เปลี่ยนบทบาทจากพระเอกให้เป็นผู้กำกับการแสดง นักเรียนเป็นผู้แสดงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังพบว่าการศึกษาไทยมีปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษา เห็นได้จากสรุปผลการศึกษาศักยภาพของเด็กไทยของกรมวิชาการ พบว่า นักเรียนระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษามีศักยภาพต่ำสุดในทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในอนาคต โดยเฉพาะทักษะการคิด (จำเริญ จิตรหลัง, 2543:75)

             การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามความมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 อยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ เพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียนรู้ (Ministry of Education, 2008) โดยการวัดและประเมินผลทางการศึกษามีประโยชน์ทั้งทางด้านการบริหาร ด้านการจัดการเรียนการสอนด้านการทดสอบและการตัดเกรด ด้านการแนะแนวและการให้คำปรึกษา (Gronlund & Waugh,2009; Miller, Linn, & Gronlund, 2009; Reynolds, Livingston, & Willson, 2009) และหากพิจารณาถึงนโยบายระดับประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนนั้นพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาได้ให้ความสำคัญและระบุถึงการวัดและประเมินผู้เรียนแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับชาติจนถึงระดับชั้นเรียน การประเมินแต่ละระดับมีองค์ประกอบของประเด็นการประเมินแตกต่างกัน และกำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติหรือข้อบังคับที่สถานศึกษาต้องปฏิบัติตามเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพและสอดคล้องกับนโยบายและความมุ่งหมายของชาติ

             การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานนั้นมีวัตถุประสงค์รวม 4 ข้อ คือ 1) เพื่อทดสอบความรู้และความคิดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2) เพื่อนำผลไปใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการจบการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 3) เพื่อนำผลสอบไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียน 4) เพื่อนำผลการทดสอบไปใช้ในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชาติ เมื่อพิจารณาในภาพรวม สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินการจัดการทดสอบวัดความรู้ของนักเรียนเมื่อเรียนจบในแต่ละช่วงชั้นเพื่อนำไปสู่การประเมินและพัฒนาการจัดการศึกษาการเรียนการสอน และนำผลไปใช้ในการตัดสินใจทางการศึกษาทั้งในระดับย่อยในแต่ละระดับ เช่นระดับชั้นเรียน ระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับจังหวัดและระดับภาพรวมของชาติอันเป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ทุกข้อยกเว้นข้อ 3 คือการนำผลสอบไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียน ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของสถานศึกษาหน้าที่ในการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนโดยใช้ผลการสอบ O-NET จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานในปีการศึกษา 2559นั้นพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนทั้งสามระดับชั้นมีผลการทดสอบหลายมาตรฐานและเกือบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับที่ควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ภาระงานการปรับปรุงคุณภาพผู้เรียนดังกล่าวนี้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับกระทรวง เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษารวมไปถึงหน่วยย่อยๆ ในชั้นเรียนที่ควรตระหนักถึงวิกฤตการณ์และดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงและพัฒนากระบวนการบริหารวิชาการ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนอย่างเร่งด่วน แต่ในความจริงยังมีการดำเนินการค่อนข้างน้อยมากทั้งนี้จากการศึกษาว่าสาเหตุที่ทำให้คะแนน O-NET ของนักเรียนตกต่ำนั้นมีด้วยกันหลายปัจจัย ซึ่งปัจจัยที่สำคัญได้แก่ทักษะและความสามารถของผู้บริหารโรงเรียนความสามารถของครูผู้สอนนักเรียนการชี้แนะที่ถูกต้อง หลักสูตรไม่สอดคล้องกับสภาพบริบทท้องถิ่น บรรยากาศการจัดการเรียนรู้ไม่เอื้อต่อการจัดการ นักเรียนไม่มีความกระตือรือร้นผู้ปกครองขาดความตระหนักและส่งเสริมต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนในการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพนั้นต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้านทั้งนี้มีปัจจัยที่สำคัญหลัก3 ประการที่ส่งผลต่อการเรียนรู้และระดับผลสัมฤทธิ์ ได้แก่ ตัวผู้เรียน ตัวครูและการได้รับสนับสนุนทางการศึกษา ทั้งด้านการบริหารจัดการ กระบวนการจัดการเรียนการสอน การแนะแนวส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน (อรสา ดีทุ่ง, 2559:3) อีกทั้งยังพบว่าแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน (ประหยัด อนุศิลป์,2555)

             โรงเรียนวัดแจ้ง เป็นสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ตั้งอยู่141 หมู่ที่ 5 ตำบลบางรัก อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เริ่มเปิดทำการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2476 เป็นโรงเรียนดีประจำตำบลและได้รับการคัดเลือกเป็นโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล เมื่อปีการศึกษา 2561 ทางโรงเรียนได้ดำเนินการบริหารจัดการมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (GPA Model for Excellence) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาตามนโยบายทางการศึกษา ปัจจุบันเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นระดับอนุบาลปีที่ 1- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2561 มีข้าราชการครู จำนวน 5 คน

             ดังนั้นเพื่อให้การบริหารโรงเรียนวัดแจ้งมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Excellence Watjang School) ทางโรงเรียนจึงได้สร้างกลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของโรงเรียนวัดแจ้งด้วยนวัตกรรม “Watjang Model”โดยมีรายละเอียดตามภาพที่ 1

            จากการบริหารโรงเรียนวัดแจ้งมุ่งสู่ความเป็นเลิศ โดยใช้กลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของโรงเรียนวัดแจ้งด้วยนวัตกรรม “Watjang Model” ที่ทางโรงเรียนได้คิดค้นขึ้นเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการโรงเรียนประสบความสำเร็จนั้น ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ

1555996273396

 

ภาพที่ 1 กลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)

ของโรงเรียนวัดแจ้ง ด้วยนวัตกรรม “Watjang Model”

            1. หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักคุณธรรมหลักความโปร่งใส่ หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า

            2. ระบบการประกันคุณภาพ (Assurance) ประกอบด้วยการควบคุมคุณภาพ (Quality Control)  การตรวจสอบคุณภาพ (Quality Audit) และการประเมินคุณภาพ (Quality Assessment)

            3. ระบบการมีส่วนร่วม (Participation) ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา ร่วมแก้ปัญหาและร่วมยินดี

การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนได้นำกลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของโรงเรียนวัดแจ้งด้วยนวัตกรรม “Watjang Model” มาใช้เนื่องจากเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ขาดแคลนครูจึงใช้ระบบทางไกลผ่านดาวเทียม ยึดหลัก OLE ซึ่งประกอบด้วยการยึดวัตถุประสงค์ (Objective) หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด วิเคราะห์ผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้ (Learning) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดความรู้ ทักษะกระบวนการ การวัดผลและประเมิน (Evaluation)

            4. กลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของโรงเรียนวัดแจ้งด้วยนวัตกรรม “Watjang Model” เพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนประกอบด้วยการดำเนินงาน

4 ขั้นตอน ดังนี้

           ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลเบื้องต้น (Basic information)

             ขั้นตอนนี้เป็นการศึกษาและวิเคราะห์ผลการจัดการเรียนรู้ ปัญหาคะแนนการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐานและปัญหาการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การศึกษาข้อมูลพื้นฐานใช้หลักการมีส่วนร่วมของคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนมีการประชุมชี้แจง ให้ข้อมูลสารสนเทศและรายงานผลการทดสอบแก่ครูในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อให้ทราบผลการศึกษาของปีการศึกษาที่ผ่านมาเพื่อนำไปสู่การพัฒนาการจัดการเรียนการสอน กลยุทธ์แสดงให้เห็นถึงกระบวนการพื้นฐานขั้นต้นของโรงเรียนเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการกำหนดโครงการและ/หรือการดำเนินงานการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนโดยสอดคล้องกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่ได้นำเสนอการนำคะแนน O-NET ไปใช้ในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพผู้เรียนปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียนให้ดียิ่งขึ้น

           ขั้นตอนที่ 2 การร่างกลยุทธ์ (Creating strategies)

             การร่างกลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) โดยโรงเรียนและคณะครูได้มีการวิเคราะห์ผลคะแนนย้อนหลัง 3 ปี เพื่อศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อน จุดควรพัฒนาเร่งด่วน โดยเฉพาะมาตรฐาน/ตัวชี้วัดตามหลักสูตรในลำดับท้ายๆ ที่นักเรียนยังมีความรู้ความเข้าใจน้อยหรือน้อยมาก นำจุดควรพัฒนาเร่งด่วนมาวางแผนปรับปรุงแก้ไข แล้วจัดทำร่างกลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) กรอบแนวคิดในการสร้างกลยุทธ์นั้นได้ประยุกต์ใช้กระบวนการกลยุทธ์ของ Richard Lueck and David J. Collis ร่วมกับเทคนิค SWOT ด้วยตาราง TOWS Matrix (Wheelen,ThomasL.andHunger,J.David (2008:115) เป็นกรอบในการสร้างกลยุทธ์ในการวิเคราะห์ตัวชี้วัดความสำเร็จของยกระดับกลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET) ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เนื้อหาที่ใช้ประกอบด้วย  

             1. การวิเคราะห์สภาพบริบทภายในใช้รูปแบบการวิเคราะห์กรอบแนวคิด 7S (Seven–S Framework of McKinsey) ของ McKinsey ประกอบด้วยกลยุทธ์ (Strategy) โครงสร้าง (Structure) ระบบ (System) รูปแบบการบริหาร (Style) บุคลากร (Staff) ทักษะ (Skill) และค่านิยมร่วม (Shared values)  

            2. การวิเคราะห์สภาพบริบทภายนอกใช้รูปแบบการวิเคราะห์แบบ C–PEST ประกอบด้วยด้านพฤติกรรมของผู้บริหาร (Customer Behaviors: C) ด้านการเมืองและกฎหมาย (Political and legal Factors :P) ด้านเศรษฐกิจ (Economic factors :E)ด้านสังคมและวัฒนธรรม (Social–cultural Factors:S) และด้านเทคโนโลยี (Technological Factors:T)  

            3. ได้กลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) กลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการ 2) กลยุทธ์ด้านการพัฒนาบุคลากร และ 3) กลยุทธ์ด้านการพัฒนาผู้เรียน โดยเนื้อหาแต่ละด้านประกอบด้วยกลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มาตรการดำเนินงานและตัวชี้วัดความสำเร็จ

            4. ร่างกลยุทธ์จากประเด็นที่สรุปได้จากข้อ 3 โดยใช้ Tows Metrix SWOT และเลือกใช้กลยุทธ์ที่วิเคราะห์แล้วว่ามีจุดแข็งและโอกาส (SO)

            5. จัดพิมพ์ร่างกลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เพื่อจัดส่งให้กับผู้เชี่ยวชาญตรวจต่อไป

ภาพที่ 2 แสดงผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่  6 ปีการศึกษา 2557-2561

ปีการศึกษา

ภาษาไทย

ภาษาอังกฤษ

คณิตศาสตร์

วิทยาศาสตร์

สังคม

รวมเฉลี่ย

หมายเหตุ

2557

51.11

46.67

51.39

25.56

62.22

47.39

สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระ(ยกเว้นภาษาอังกฤษ)

2558

60.00

60.00

59.50

30.00

56.00

53.10

สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระ(ยกเว้นภาษาอังกฤษ)

2559

59.82

32.86

40.00

43.07

52.86

43.93

สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระ (ยกเว้น ภาษาอังกฤษ/ภาษาไทย)

2560

62.71

53.75

50.00

45.67

-

53.03

สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระ/

ลำดับที่1 ของ สพป.ตรัง เขต 1

2561

69.80

39.50

60.00

44.20

-

53.83

สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระ/ ลำดับที่ 4 ของ สพป.ตรัง เขต 1/คณิตศาสตร์ได้ลำดับที่ 1 ของ สพป.ตรัง เขต 1

           ขั้นตอนที่ 3 การประเมินกลยุทธ์ (Strategy assessment)

             การตรวจสอบและประเมินกลยุทธ์ โดยผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการศึกษาและการพัฒนากลยุทธ์ จำนวน 5 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานซึ่งเนื้อหาที่ใช้ตรวจสอบได้แก่ ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหาร ความเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงาน ความถูกต้องและความเหมาะสมของกลยุทธ์ และต้องมีค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์ที่กำหนด (บุญชม ศรีสะอาด,2553:120-122) จากนั้นนำข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้กลยุทธ์มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

           ขั้นตอนที่ 4 การนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ(Implementation)

             โรงเรียนวัดแจ้ง โดยผู้บริหารและครูผู้สอนนำกลยุทธ์ที่สร้างขึ้นไปสู่การปฏิบัติดำเนินการจัดการเรียนรู้ การสอนซ่อมเสริมทั้งในและนอกเวลาเรียนโดยใช้กลยุทธ์การสอนที่มีความหลากหลาย

             ผลจากการนำกลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของโรงเรียนวัดแจ้งด้วยนวัตกรรม “Watjang Model” นำมาสู่การปฏิบัติพบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน (ภาพที่ 2) ส่งผลให้ครูได้รับรางวัลครูผู้สอนดีเด่นของคุรุสภา

ปีการศึกษา 2560 และปีการศึกษา 2561 ในวันครู นักเรียนได้รับรางวัลในการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ซึ่งนับว่าเป็นความภาคภูมิใจของคณะครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและชุมชน

 

บทสรุป

             คุณภาพผู้เรียนเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม เป็นตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษาของนักเรียน กลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET) ของโรงเรียนวัดแจ้ง ด้วยนวัตกรรม “Watjang Model”สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรังเขต 1 เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจของคณะครูและนักเรียน เพราะผลการดำเนินงานดังกล่าวทำให้โรงเรียนวัดแจ้ง ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ขาดแคลนครู มีครูไม่ครบชั้น มีผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET) สูง ทำให้โรงเรียนเป็นที่ยอมรับของชุมชน

 

อ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่

           2) พ.ศ. 2545 และแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ: โรงพิมพองคการรับสงสินคา

            และพัสดุ

จำเริญ จิตรหลัง. (2543). “นักเรียนกับการปฏิรูปการศึกษา,”วารสารวิชาการ.ปีที่ 3,75.

นิตย์  โรจน์รัตนวาณิชย์. (2556).การศึกษาแนวทางการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ

           นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ 3 จังหวัดปราจีนบุรี. จังหวัดปราจีนบุรี.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: สุวีรยาสาส์น

ประหยัด  อนุศิลป์. (2555). ผลของรูปแบบการบริหารสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน

          ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี

          เขต 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2.

อภิวัฒน์ แสนคุ้ม. (2561). “การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยนวัตกรรม “School Test”,

          วารสารวิชาการ. ปีที่ 21 ฉบับที่ 2 เดือนเมษายน-มิถุนายน,19-29.

อรสา ดีทุ่ง. (2558). กลยุทธ์การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา

          ปีที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

Gronlund, N.E.and Waugh,C.K. (2009). Assessment of Student Achievement. Columbus :

           PEARSON.

Miller,M.D.,Linn,Robert L. Gronlund, N.E. (2009). Measurement and Assessment in

         teaching. Upper Saddle River,N.J.:Merrill/Peason.

Ministry of Education. (2008). Basic Education Core Curriculum B. E. 2551. Bangkok: Ministry

          of Education.

Reynolds,C.R.,Livingston,R.B and Willson. (2009). Measurement and Assessment in

         Education,Upper Saddle River,N.J.:Merrill/Peason.

Wheelen,Thomas L. and Hunger,J.David (2008). Strategic Managementand Business

         Policy.11st edition Prentice Hall Inc.

ดาวน์โหลดทความวิชาการที่นี่

admin

About admin