การรายงานผลการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 โดยนายศังกร รักชูชื่น

การรายงานผลการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13
 

ศังกร  รักชูชื่น

 

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

 

          รายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสังเคราะห์สรุปข้อมูลตามประเด็นการบริหารจัดการศึกษา ที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน 2) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงจากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน และ 3)เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน โดยใช้วิธีการรายงานแบบผสมผสานทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ

          การรายงานครั้งนี้ได้รวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีศึกษากรณีเชิงลึกและวิธีสังเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) จากบทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน จำนวน 79 ฉบับ เพื่อสรุปข้อมูลตามประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง    ในรูปแบบตารางวิเคราะห์ที่ผู้รายงานสร้างขึ้น และรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้การสอบถามความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและความพึงพอใจต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์เรื่องเล่าอันดามัน จากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13  จำนวน 450 คน นำมาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ซึ่งเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานที่ได้ดำเนินการ ในปีการศึกษา 2558-2560  มีข้อสรุปดังนี้

          1.  ผลการสังเคราะห์สรุปข้อมูลตามประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้อง  กับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน เป็นรายฉบับ รวมจำนวน 79 ฉบับ โดยเรียงลำดับตามประเด็นที่มีข้อมูลจำนวนมากที่สุดในแต่ละองค์ประกอบ  พบว่า องค์ประกอบที่ 1 การมีภาวะผู้นำอย่างมีอุดมการณ์  ได้แก่ 1.5 การทำให้ผู้ร่วมงานเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวผู้นำ มีจำนวน 45 ฉบับ  องค์ประกอบที่ 2 การสร้างแรงบันดาลใจ ประเด็นที่มากที่สุด ได้แก่ 2.3 การทำให้ผู้ร่วมงานมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ มีจำนวน 51 ฉบับ  องค์ประกอบที่ 3 การกระตุ้นทางปัญญา  ได้แก่ 3.2 การส่งเสริม ให้ผู้ร่วมงานมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีจำนวน 32 ฉบับ และองค์ประกอบที่ 4 การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ได้แก่ 4.5 เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานใช้ความสามารถพิเศษและเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างเต็มที่ มีจำนวน 30 ฉบับ

           2.  ผลการศึกษาความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่าง สอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน   พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวม เท่ากับ 4.42 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.53

           3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจของต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวม เท่ากับ 4.36 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.65

           

คำสำคัญ : การบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง,องค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง, การสื่อสารประชาสัมพันธ์, บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน

 

บทนำ          
               แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ใช้เป็นแผนพัฒนาประเทศไทยในระยะ 5 ปี ซึ่งเป็นการแปลงยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม  เพื่อเตรียมความพร้อมและวางรากฐานในการยกระดับประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีความมั่นคง  มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กระทรวงศึกษาธิการจึงจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) โดยกำหนดวิสัยทัศน์“มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรมมีคุณภาพชีวิตที่ดี  มีความสุขในสังคม”และ มีเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาการศึกษาฯ  

               สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นหน่วยงานทางการศึกษาที่รองรับการกระจายอำนาจ
การบริหารการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2560 และปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการภายในเขตพื้นที่การศึกษาที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะหรือปฏิบัติงานอื่นตามที่มอบหมาย (ราชกิจจานุเบกษา. 2560 : 13)

                ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีบทบาทหน้าที่ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ มาตรา 37 วรรคสอง ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาว่า เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานให้เป็นไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวงและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอื่น  ราชกิจจานุเบกษา. 2546 : 1) ส่วน พิณสุดา สิริธรังศรี (2547:1) กล่าวว่า ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา   จึงต้องมียุทธศาสตร์บริหารการจัดการศึกษาไปสู่ผลสำเร็จตามเป้าหมาย เน้นคุณภาพของงานเป็นสำคัญ เพื่อสร้างการยอมรับให้เกิดขึ้นในฐานะองค์กรผู้นำทางการศึกษาและผู้นำแห่งการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง

               ผู้รายงานเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13  มีพื้นที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการศึกษาเป็นพื้นที่กว้างที่ครอบคลุม 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตรัง และจังหวัดกระบี่ มีโรงเรียนในสังกัด จำนวน  44  โรงเรียน ได้พบว่าปัญหาสำคัญประการหนึ่งในการบริหารจัดการศึกษาที่เกิดจากความล่าช้าในเรื่องการสื่อสารข้อมูลสารสนเทศ ส่งผลต่อการดำเนินภารกิจ การประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษา และการเผยแพร่ข้อมูลทางการศึกษาไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาอันเนื่องมาจากนโยบายการบริหาร กฎหมาย และโครงสร้าง แม้ว่าเจตนารมณ์ของการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นไปเพื่อการปฏิรูปการศึกษาอันมีเป้าหมายที่จะยกระดับคุณภาพของนักเรียน แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏ พบว่าสิ่งที่คาดหวังยังไม่บรรลุแต่อย่างใด

               ผู้รายงานได้ศึกษาและนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. 2550 : 1-2) ความว่า  “แก้ปัญหาจากจุดเล็ก ๆ เสียก่อน เมื่อสำเร็จแล้วจึงค่อยๆ ขยับขยายแก้ไปเรื่อยๆ ทีละจุดที่สามารถมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ โดยมองไปที่เป้าหมายใหญ่ของงานแต่ละชิ้น แล้วเริ่มลงมือทำจากจุดเล็ก ๆ ก่อนค่อย ๆ ทำค่อย ๆ แก้ไปทีละจุด งานแต่ละชิ้นก็จะลุล่วง ไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้” และหลักการทรงงานที่ว่า “รู้จักประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด” จึงทำให้เกิดแนวคิดในการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการศึกษา  ยุคข้อมูลข่าวสารและความโปร่งใส เพื่อให้ทุกคนรับรู้ข่าวสารทางการศึกษาและเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษาที่เข้าถึงการศึกษาได้ในทุกโอกาสและทุกสถานที่

                ในบทบาทผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 จึงเห็นความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ มาปรับใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการศึกษา ที่สอดคล้องกับการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  โดยผู้นำต้องแสดงพฤติกรรมในการจัดการหรือการทำงานเป็นกระบวนการให้เห็นเป็นแบบอย่างต่อผู้ร่วมงานโดยการเปลี่ยนแปลงสภาพหรือเปลี่ยนแปลงความพยายามของผู้ร่วมงานให้สูงขึ้นกว่าความพยายามที่คาดหวังพัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานไปสู่ระดับที่สูงขึ้นและมีศักยภาพมากขึ้นโดยผ่านองค์ประกอบพฤติกรรมเฉพาะ 4 ประการ คือการมีภาวะผู้นำอย่างมีอุดมการณ์ การสร้างแรงบันดาลใจ การกระตุ้นทางปัญญา และการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล (Bass และ Avolio. 1994. อ้างถึงใน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2550 : 20 )

                ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ในปี พ.ศ. 2558-2560 ผู้รายงานจึงได้เลือกใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน โดยสื่อสารผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน เน้นหลักการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เพื่อยืนยันความตรงไปตรงมา หลักธรรมาภิบาลในองค์กร การจัดการความรู้ การแบ่งปันความรู้ ที่จะต้องทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรมขององค์กรให้ได้ และสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในห้องเรียน การปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน เพื่อมุ่งผลที่เกิดต่อนักเรียนเป็นสำคัญ อีกทั้งเรื่องราว การบริหารจัดการศึกษา โดยการปฏิบัติงานต่าง ๆ ที่ได้นำเสนอสื่อสารประชาสัมพันธ์ในบทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน       ซึ่งกำหนดเป้าหมายการสื่อสารทุกสัปดาห์ตลอดระยะเวลา 2 ปี รวมจำนวน 79 ฉบับนี้ จึงได้เป็นหลักฐานบันทึกถึงวิธีการปฏิบัติงานและผลการปฏิบัติงานบริหารจัดการศึกษาของผู้รายงานอย่างเป็นรูปธรรม ในบทบาทของผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 ที่สอดคล้องกับการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ผู้รายงานจึงได้จัดทำรายงานผลการบริหารจัดการศึกษาแบบ  ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงจากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 ทั้งนี้ได้มีความเชื่อว่าจะเป็นแนวทางหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพของผู้นำระดับเขตพื้นที่การศึกษาได้เป็นอย่างดี

 

วัตถุประสงค์    

  1. เพื่อสังเคราะห์ สรุปข้อมูลตามประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน
  2. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้ององค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน
  3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน

 

      – ผู้รายงานได้ศึกษาเอกสาร หลักการ แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  1. การบริหารจัดการศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
  2. แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

            3. การสื่อสารประชาสัมพันธ์ออนไลน์

            4. การเขียนบทความ

            5. แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ

            6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง    

 

 

กรอบแนวคิดวิจัย

                   กรอบแนวคิด : การรายงานผลการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงจากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13

1550129991588

 

ประชากรที่ใช้ในการศึกษา  .
               ประชากร ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 รวมจำนวน 2,334 คน (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13. 2560 :72) จำแนกเป็น ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 113 คน ข้าราชการครู จำนวน 2,164 คน และบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 57 คน

               กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13  จำนวน 450 คน โดยใช้การกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างของเครซี่และมอร์แกน (Robert V. Krejcie and Earyle W. Morgan. 1970 อ้างถึงใน ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2543 : 42) จำแนกเป็น ผู้บริหารสถานศึกษา  จำนวน  80  คน ข้าราชการครู  จำนวน 322 คน และบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 48 คน

ตัวแปรที่ศึกษา    
ตัวแปรต้น คือ การบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงจากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน       
               ตัวแปรตาม คือ ผลการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน ประกอบด้วย

  1. การสังเคราะห์สรุปข้อมูลตามประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

      2. ความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

      3. ความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน

 

 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา        
               1.แบบบันทึกข้อมูลภาคสนาม (Field note) เกี่ยวกับการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากบทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน      ที่ผู้รายงานเขียนไว้นำเสนอผ่านเว็บไซต์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 โดยใช้รูปแบบตาราง

               2. แบบสอบถามความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง และความพึงพอใจต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์ บทความออนไลน์เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13  ซึ่งผ่านการพิจารณาตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญมีค่าความสอดคล้องของแบบสอบถามแต่ละข้อคำถาม อยู่ระหว่าง 0.8 ถึง 1.0  เมื่อนำมาคิดคำนวณค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า ได้ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 และ 0.92 ตามลำดับ

วิธีดำเนินการ   
               ขั้นที่ 1 วิเคราะห์บทความ ออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 เกี่ยวกับการปฏิบัติงานบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง         
                   1.1 ศึกษาหลักการแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำ  การเปลี่ยนแปลง เพื่อหาข้อสรุปองค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง และกำหนดประเด็นพฤติกรรมเฉพาะที่สะท้อนถึงการบริหารที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง    

                   1.2 วิเคราะห์กิจกรรมการปฏิบัติงานและเป้าหมายการสื่อสารในบทความออนไลน์:เรื่องเล่าอันดามัน จำนวน 79 ฉบับ เพื่อรวบรวมข้อมูลที่สะท้อนถึงการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ในบทความออนไลน์ โดยใช้แบบตารางการวิเคราะห์ข้อมูล        
               ขั้นที่ 2 สังเคราะห์ สรุปประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงจากการสื่อสารประชาสัมพันธ์ บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13      
                   นำผลจากการวิเคราะห์ในข้อ1.2 มาสังเคราะห์สรุปข้อมูลตามประเด็นการบริหารจัดการ ศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  โดยใช้แบบตารางการวิเคราะห์ข้อมูล

      ขั้นที่ 3  สอบถามผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง        

3.1 นำแบบสอบถามความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้อง กับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง และความพึงพอใจต่อการใช้การสื่อสารประชา สัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13  ไปสอบถามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา

                      3.2 นำแบบสอบถามที่ได้รับคืนจากผู้ตอบแบบสอบถาม ตามจำนวนที่กำหนด (ร้อยละ 100) มาวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นและระดับความพึงพอใจ 

ขั้นที่ 4  รายงานผลการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

            4.1 วิเคราะห์ผลการสังเคราะห์สรุปข้อมูลตามประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้วยวิธีการทางสถิติ

             4.2 วิเคราะห์ผลการสอบถามความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่าง สอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง และความพึงพอใจต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน ด้วยวิธีการทางสถิติ

  1. จัดทำรายงานผลการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงจากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13


ผลการศึกษา
            การรายงานผลการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 ผู้รายงานขอนำเสนอผลการศึกษา ดังนี้

           1.  ผลการสังเคราะห์สรุปข้อมูลตามประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน 

            จากผลการสังเคราะห์ประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบ พฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน     เป็นรายฉบับ จำนวน 79 ฉบับ เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย สรุปผลได้ว่า

           องค์ประกอบที่ 1 การมีภาวะผู้นำอย่างมีอุดมการณ์  ได้แก่ 1.5 การทำให้ผู้ร่วมงานเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวผู้นำ จำนวน 45 ฉบับ 1.4 การมีวิสัยทัศน์และการถ่ายทอดไปยังผู้ร่วมงาน จำนวน 43 ฉบับ 1.1 ความมุ่งมั่นและความทุ่มเทในการปฏิบัติงานของผู้นำ จำนวน 32 ฉบับ 1.2 การจัดการหรือการทำงานที่เป็นกระบวนการของผู้นำ จำนวน 21 ฉบับ และ1.3 การมีศีลธรรมและจริยธรรมของผู้นำ จำนวน 18 ฉบับ

          องค์ประกอบที่ 2 การสร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่ 2.3 การทำให้ผู้ร่วมงานมีกำลังใจในการปฏิบัติ หน้าที่ จำนวน 51 ฉบับ 2.4 การกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานตระหนักถึงการพัฒนาการจัดการศึกษา จำนวน 41 ฉบับ    2.2 การทำให้ผู้ร่วมงานมีแรงจูงใจภายใน ในการปฏิบัติหน้าที่ให้สูงกว่าที่คาดหวังไว้ จำนวน 35 ฉบับ  2.5 การทำให้ผู้ร่วมงานมีเจตคติที่ดี และคิดทางบวกในการปฏิบัติงาน จำนวน 21 ฉบับ และ 2.1 การทำให้ผู้ร่วมงานมีความไว้วางใจในความสามารถของผู้นำ จำนวน 16 ฉบับ

            องค์ประกอบที่ 3 การกระตุ้นทางปัญญา ได้แก่ 3.2 การส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ จำนวน 32 ฉบับ 3.4 การส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการจัดการศึกษา จำนวน 25 ฉบับ 3.5 ส่งเสริมให้ผู้ร่วมงาน แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จำนวน 16 ฉบับ  3.1 การกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานเห็นถึงวิธีการหรือแนวทางใหม่    ในการแก้ไขปัญหา จำนวน 15 ฉบับ และ 3.3 การส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานวิเคราะห์ปัญหาโดยใช้เหตุผลและข้อมูลหลักฐาน จำนวน 14 ฉบับ

            องค์ประกอบที่  4 คำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล  ได้แก่ 4.5 เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานใช้ความสามารถพิเศษและเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างเต็มที่ จำนวน 30 ฉบับ 4.3 การส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง จำนวน 28 ฉบับ  4.4 การสนับสนุน ช่วยเหลือให้ภาระงานก้าวหน้ามากกว่าการตรวจสอบ จำนวน 19 ฉบับ 4.1 การส่งเสริมความสามารถของผู้ร่วมงานโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล จำนวน 26 ฉบับ และ 4.2 การสอนแนะผู้ร่วมงาน จำนวน 17 ฉบับ

  1.  จากการวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์ บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน  พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการ ศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน โดยภาพรวม อยู่ในระดับ มากและเมื่อวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำแนกตามประเด็นความคิดเห็น พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษามีความคิดเห็นในประเด็น การมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล อยู่ในระดับ มากที่สุด ส่วนประเด็นความคิดเห็นอื่น ๆ อยู่ในระดับ มาก

3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน

จากการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์ บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจของต่อ การใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก และเมื่อวิเคราะห์  ความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำแนกเป็นรายข้อ พบว่า บุคลากรทางการศึกษา มีความพึงพอใจ   ข้อที่ 2 การใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ข้อ 4 การใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์ บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน นำเสนอเนื้อหา  ที่เป็นข้อเท็จจริงทันต่อเหตุการณ์ ข้อที่ 8 การใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์ บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน บอกเล่าข้อมูลสภาพจริงจากการลงพื้นที่ของผู้นำ ส่งผลต่อผู้บริหารโรงเรียนและครูในการปฏิบัติงานอย่างกระตือรือร้น และข้อที่ 10 การใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์ บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน เสริมสร้างขวัญกำลังใจในการพัฒนาตนเองของผู้บริหารโรงเรียนและครู ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพของนักเรียน และความเชื่อมั่นของชุมชน  อยู่ในระดับ มากที่สุด ส่วนประเด็นความพึงพอใจข้ออื่น ๆ อยู่ในระดับ มาก

 

สรุปและอภิปรายผล   
            การรายงานผลการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 สามารถอภิปรายผลการศึกษาได้ตามลำดับ ดังนี้

            1. ผลการสังเคราะห์สรุปข้อมูลตามประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน

               จากผลการสังเคราะห์สรุปข้อมูลตามประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้ององค์ประกอบองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน พบว่า ข้อมูลที่สะท้อนถึงการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้ององค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏในบทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน จำแนกตามประเด็นและองค์ประกอบ มีข้อมูลครบทุกประเด็นในทุกองค์ประกอบ โดยประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างในแต่ละองค์ประกอบพฤติกรรมเฉพาะ เรียงตามลำดับองค์ประกอบที่มีข้อมูลมากที่สุด ได้ดังนี้  องค์ประกอบที่ 2 การสร้างแรงบันดาลใจ  ได้แก่ การทำให้ผู้ร่วมงานมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ องค์ประกอบที่ 1 การมีภาวะผู้นำอย่างมีอุดมการณ์ ได้แก่ การทำให้ผู้ร่วมงานเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวผู้นำ องค์ประกอบที่ 3 การกระตุ้นทางปัญญา ได้แก่ การส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานมีความมุ่งมั่น ในการปฏิบัติงานและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และองค์ประกอบที่ 4 การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ได้แก่ เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานใช้ความสามารถพิเศษและเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างเต็มที่

             ทั้งนี้เนื่องจากผู้รายงานมีเป้าหมายในการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ :  เรื่องเล่าอันดามัน คือ การสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน เน้นหลักการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เพื่อยืนยันความตรงไปตรงมา ยึดหลักธรรมาภิบาลในองค์กร การจัดการความรู้ การแบ่งปันความรู้ ที่จะต้องทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรมขององค์กร การกระตุ้นผู้บริหารสถานศึกษาที่จะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียน การปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนของครู เพื่อมุ่งผลที่เกิดต่อนักเรียนเป็นสำคัญ ดังนั้นข้อมูลที่ได้สื่อสารประชาสัมพันธ์ในบทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน ตั้งแต่ฉบับที่ 1- 79 สามารถสะท้อนถึงการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ซึ่งทุกกิจกรรมที่ได้นำเสนอ  ในบทความออนไลน์ทุกฉบับ เป็นการปฏิบัติงานตามสภาพจริง ในบทบาทผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 ที่แสดงถึงการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างได้ ดังตัวอย่างกิจกรรมที่ได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงครบทุกโรงเรียนทั้งในจังหวัดตรังและกระบี่ อาทิเช่น การเยี่ยมโรงเรียนและการเยี่ยมชั้นเรียนของครู แล้วนำวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาต่างๆที่ดีและน่าสนใจของครูมานำเสนอ  ในบทความออนไลน์: เรื่องเล่าอันดามัน เพื่อให้กำลังใจร่วมรับรู้กิจกรรมของโรงเรียน และเพื่อแสดงความชื่นชม ยกย่องครูที่สอนดีให้เป็นแบบอย่าง อีกทั้งเป็นการกระตุ้นผู้บริหารสถานศึกษาและครูให้ความสำคัญ กับการจัดการเรียนรู้ และการนิเทศภายในที่ส่งผลต่อนักเรียนได้ตื่นตัวและเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น จึงสอดคล้องกับการสรุปความหมายของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการศึกษาเอกสารแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้  คือ พฤติกรรมของผู้นำที่แสดงให้เห็นถึงการจัดการหรือการทำงานเป็นกระบวนการที่เป็นแบบอย่างต่อผู้ร่วมงาน สามารถจูงใจและเปลี่ยนแปลงให้ผู้ร่วมงานปฏิบัติงานได้สูงขึ้น มีศักยภาพมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาตนเองเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายและประโยชน์ของหน่วยงาน และสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎีของ Bass และ Avolio (1994 อ้างถึงใน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2550 : 8-11)  ได้กล่าวถึงภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงช่วยเพิ่มและปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานที่สูงขึ้น ดังนี้ ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเป็นกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ร่วมงานและผู้ตามโดยเปลี่ยนแปลงความพยายามของผู้ร่วมงานและผู้ตามให้สูงขึ้นตามความพยายามที่คาดหวังพัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานและผู้ตามไปสู่ระดับที่สูงขึ้นและศักยภาพมากขึ้น ทำให้เกิดการตระหนักในภารกิจและวิสัยทัศน์ของทีมและขององค์กร  จูงใจให้ผู้ร่วมงานและผู้ตามมองให้ไกลเกินกว่าความสนใจของพวกเขาไปสู่ประโยชน์ของกลุ่มองค์กรหรือสังคม ซึ่งกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ร่วมงานหรือผู้ตามนี้จะกระทำได้โดยผ่านองค์ประกอบพฤติกรรมเฉพาะ 4 ประการ คือ 1. การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ 2. การสร้างแรงบันดาลใจ 3. การกระตุ้นทางปัญญา และ 4.การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2549 : 44) ได้อธิบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการความสัมพันธ์ ที่แสดงถึงความเป็นผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ การสร้างแรงบันดาลใจ การมีอิทธิพลต่อผู้อื่น การพัฒนาผู้อื่น การเป็นตัวเร่งและการเปลี่ยนแปลง การบริหารความขัดแย้ง การสร้างพันธะความผูกพัน และการทำงานร่วมกันเป็นทีมและความร่วมมือ และสอดคล้องกับ พิณสุดา สิริธรังศรี (2547 :7)ได้กล่าวถึง ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เป็นผู้มีพฤติกรรมการบริหารที่พึงประสงค์ ไว้ดังนี้   1.  บริหารงานโดยเน้นการมีส่วนร่วมและทำงานเป็นทีม 2. บริหารงานอย่างเป็นระบบ ยึดการทำงานโดยเน้นเป้าหมาย 3. บริหารด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 4. ยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกันทั้งจากผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และเครือข่าย  5. ยอมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นและแก้ไขปัญหาร่วมกัน 6. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และสามารถจัดการความเปลี่ยนแปลงได้ 7. นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการ 8. สร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ และ9. คิดริเริ่มสร้างสรรค์การปฏิบัติงานให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย  รวมทั้งผลการศึกษาเรื่­องปัจจัยที่­ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร ของ งามตา ธานีวรรณ (2553 : บทคัดย่อ) พบว่า ปัจจัยด้านภาวะผู้นําเชิงกลยุทธ์  ปัจจัยด้านแรงจูงใจ และปัจจัยด้านการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่­การศึกษายโสธร ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียน อยู่ในระดับมาก ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ผลการสังเคราะห์สรุปข้อมูลตามประเด็นการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน ในครั้งนี้ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา รวมทั้งผู้นำองค์กรต่างๆ สามารถนำแนวคิดวิธีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน จะนำมาซึ่งความร่วมมือและความสำเร็จของหน่วยงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้รับสารและผู้ส่งสารโดยตรง อีกทั้งเป็นแนวทางหนึ่งในการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามสภาพจริงเชิงประจักษ์ได้เป็นอย่างดี

              2.  ผลการศึกษาความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน

                  จากผลการศึกษาความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์ บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน  พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการ ศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน โดยภาพรวม อยู่ในระดับ มาก

                  ทั้งนี้เนื่องจากผู้รายงานเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่าง ใช้การบริหารโดยยึดตามหลักธรรมาภิบาล และหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารประชาสัมพันธ์มาเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการบริหารจัดการศึกษา โดยใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน ในการสร้างการรับรู้ การนำนโยบายแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานต้นสังกัดมาถ่ายทอดสู่โรงเรียนได้อย่างรวดเร็วและปฏิบัติได้ตรงกัน และใช้พลังของการสื่อสารเป็นช่องทางหนึ่งในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษา สร้างพลังการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยวิธีการให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมนำแบบอย่างที่ดีมาชื่นชมความสำเร็จก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ  ซึ่งเป็นวิธีการเฉพาะในการบริหารจัดการศึกษาของผู้รายงาน พิณสุดา  สิริธรังศรี (2547 : 1) กล่าวโดยสรุปถึงผู้นำในการบริหารจัดการแบบเขตพื้นที่การศึกษาว่า เป็นการใช้ภาวะผู้นำในการจูงใจผู้ปฏิบัติงาน บุคลากร  สถานศึกษา ในเขตพื้นที่การศึกษาให้ปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่ด้วยความเต็มใจและกระตือรือร้น รวมถึงการแก้ปัญหาได้สอดคล้องกับสถานการณ์และฉับไว และ Bass (1985 อ้างถึงใน กาญจนา  ศิลา. 2556 :20) ได้จัดกลุ่มภาวะผู้นำที่เป็นภาวะผู้นำในฐานะที่เป็นบุคลิกภาพและผลของบุคลิกภาพภาวะผู้นำเป็นการผสมผสานคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ช่วยให้สามารถจูงใจบุคคลอื่นให้ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ โดย Koontz (1994 อ้างถึงใน จิรัฎฐ์  ฉัตร์เบญจนันท์. 2558 : 51) ได้ให้ทัศนะว่า ภาวะผู้นำจะต้องประกอบไปด้วย      1) ความสามารถในการใช้อำนาจ (Power) ที่จะทำให้บุคคลอื่นทำตามไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม 2) ความเข้าใจในธรรมชาติในความต้องการของมนุษย์ และความสามารถในการจูงใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานด้วย  ความเต็มใจ 3) การกระตุ้นให้ผู้ใต้บังคับบัญชาแสดงความสามารถหรือใช้ศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาองค์การให้ไปสู่ความเป็นเลิศด้วยจิตใจที่ทุ่มเท 4) ความสามารถในการเลือกรูปแบบของภาวะผู้นำและสามารถสร้างบรรยากาศที่จะนำไปสู่การพัฒนาและบรรยากาศที่ดีในการทำงาน สอดคล้องกับ จันธิดา ผ่านผ่อง (2553 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาเรื่­อง ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นําการเปลี่­ยนแปลงกับประสิทธิผลในการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด พบว่า ภาวะผู้นํา การเปลี่­ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่­การศึกษาร้อยเอ็ด โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยเรียงค่าเฉลี่­ยสูงสุดลงมาคือ ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ หรือภาวะผู้นําเชิงบารมี ด้านการกระตุ้น ทางปัญญา ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ และด้านการคํานึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล และสอดคล้องกับผลการวิจัยของ ธุมากร  เจดีย์คำ (2559 : บทคัดย่อ) เรื่อง การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี พบว่า 1) ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี โดยรวม และเป็นรายด้านอยู่ในระดับมาก 2) ประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี โดยรวม และเป็นรายด้าน อยู่ในระดับมาก 3) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาและประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี โดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูง อย่างมีนัยสําคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้นจะเห็นได้ว่าผลการศึกษาความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างสอดคล้องกับองค์ประกอบพฤติกรรมภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สามารถเป็นแนวทางในการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นแบบอย่างของผู้บริหารการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการปฏิบัติ งานในหน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบทที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาหรือการมีเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลงใน 4 องค์ประกอบ อาทิเช่น การมีภาวะผู้นำอย่างมีอุดมการณ์ ที่แสดงถึงความสามารถในการจัดการหรือการทำงานที่เป็นกระบวนการของผู้นำ การสร้างแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ผู้ร่วมงานมีแรงจูงใจภายในในการปฏิบัติหน้าที่ให้สูงกว่าที่คาดหวังไว้ การกระตุ้นทางปัญญาที่ส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานใช้ความสามารถพิเศษ และเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างเต็มที่ เป็นต้น

          3.  ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง ต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน

              จากผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์ บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน โดยภาพรวม อยู่ในระดับ มาก       

              ทั้งนี้เนื่องจากผู้รายงานได้เห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีการสื่อสารประชาสัมพันธ์มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการศึกษา โดยมุ่งเน้นเนื้อหาสาระสำคัญ วิธีการนำเสนอจากการปฏิบัติงานตามสภาพจริงในรูปแบบบทความที่น่าสนใจชวนติดตาม และการเลือกใช้สื่อออนไลน์ที่ผู้รายงานได้ออกแบบและสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 ซึ่งเป็นการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นสื่อสาธารณะที่มีความทันสมัย รวดเร็ว ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสามารถเข้าไปอ่านซ้ำ ๆ หลายครั้งได้ จึงเป็นจุดเด่นของการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน ที่ส่งผลให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก สอดคล้องกับคำกล่าวของ  อดิเทพ บุตราช (2553 : ออนไลน์) ที่ว่า“สังคมออนไลน์” (Online community) หรือ “สังคมเสมือน” (Virtual community) หรือ “เครือข่ายสังคมออนไลน์” (Social network) โดยเครือข่ายสังคมออนไลน์นี้เป็นพื้นที่สาธารณะที่สมาชิกซึ่งก็คือคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติและศาสนา ทุกระดับการศึกษา ทุกสาขาอาชีพและทุกกลุ่มสังคมย่อยจากทั่วโลก  เป็นผู้สื่อสารหรือเขียนเล่าเนื้อหาเรื่องราว ประสบการณ์ บทความ รูปภาพ และวิดีโอ ที่สมาชิกเขียน และทำขึ้นเองหรือพบเจอจากสื่ออื่น ๆ แล้วนามาแบ่งปันให้กับผู้อื่นที่อยู่         ในเครือข่ายของตน ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต สอดคล้องกับ ธนะวัฒน์ วรรณประภา (2560 : 16) กล่าวถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์สนับสนุนการบริหารจัดการศึกษา เมื่อสื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาท  ซึ่งช่วยทำให้องค์กรมีความสะดวก รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทต่อการบริหารจัดการเพื่อการสั่งการ มอบหมายงานกับผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อการนัดหมายประชุมปรึกษาหารือ และสามารถใช้ศักยภาพทางเทคโนโลยีประชุมพร้อมกันหลายคนได้ เป็นช่องทางหนึ่งสำหรับตอบข้อซักถามหรือรับข้อร้องเรียน และสำหรับการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ ในองค์กรให้ประชาชนรับทราบข้อมูล โดยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในประเภทต่าง ๆ  และเนื่องจากการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต13  ได้สะท้อนถึงการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นการบริหารการศึกษาอย่างมีกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับ สุนิสา ประวิชัย (2561 : ออนไลน์) ได้ศึกษากลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พบว่า กระแสความนิยมต่อสื่อสังคมออนไลน์ของผู้รับสารยุคใหม่ที่เป็นไปอย่างแพร่หลายส่งผลไม่น้อยต่อรูปแบบและวิธีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ขององค์กรต่าง ๆ ให้เปลี่ยนแปลงไป โดยสื่อสังคมออนไลน์ถูกนำมาใช้ เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ บล็อก ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค ซึ่งนักประชาสัมพันธ์ควรจะต้องวิเคราะห์ให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะในการสื่อสารผ่านช่องทางดังกล่าวของผู้รับสาร แล้ววางแผนกำหนดกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับความสนใจ ความต้องการ และพฤติกรรมการสื่อสารของผู้รับสารกลุ่มเป้าหมาย นับตั้งแต่การกำหนดวัตถุประสงค์ของการสื่อสารที่ชัดเจน การออกแบบเนื้อหา และวิธีการนำเสนอที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าผลการศึกษาความพึงพอใจ ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์ บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน ส่งผลให้ผู้บริหารสถานศึกษาเกิดแรงบันดาลใจ       ในการบริหารสถานศึกษา  ข้าราชการครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา มีกำลังใจและมีความกระตือรือร้นในการจัดการเรียนรู้และการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ จึงส่งผลให้คุณภาพนักเรียน ท้องถิ่นและชุมชนมีการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น ด้วยแนวคิดแนวปฏิบัตินี้ ทำให้การบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพ สามารถขยายผลการปฏิบัติงานได้เป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หน่วยงานควรนำแนวคิดในการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์  โดยเน้นที่ความทันสมัยของเนื้อหา วิธีนำเสนอโดดเด่น ชัดเจน ง่ายต่อการเข้าถึง และเปิดโอกาสให้ผู้รับสารได้มีส่วนร่วมเป็นสำคัญ    

ข้อเสนอแนะ

          จากการรายงานผลการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์บทความออนไลน์ : เรื่องเล่าอันดามัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13

ครั้งนี้  มีประเด็นที่น่าสนใจเป็นข้อเสนอแนะในการนำผลการศึกษาไปใช้ มีรายละเอียดดังนี้

          1. ข้อเสนอแนะจากผลการศึกษา

             1.1 ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา รวมทั้งผู้นำองค์กรต่าง ๆ ควรนำแนวคิดวิธีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน จะนำซึ่งความร่วมมือและความสำเร็จของหน่วยงาน

             1.2  สามารถเป็นแนวทางในการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่บริบทสอดคล้องกับสภาพปัญหาของหน่วยงาน ซึ่งควรมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและส่งเสริมการส่วนร่วมแบบการสร้างเครือข่าย

             1.3 หน่วยงานควรนำแนวคิดในการใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเน้นที่ความทันสมัยของเนื้อหา วิธีนำเสนอโดดเด่น ชัดเจน สะดวกต่อการเข้าถึง และเปิดโอกาสให้ผู้รับสารได้มีส่วนร่วมเป็นสำคัญ

         2. ข้อเสนอแนะในการศึกษาต่อไป

             2.1  ควรมีการศึกษาติดตามและประเมินผลในเชิงลึกถึงคุณภาพของการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ออนไลน์ เช่น การเก็บข้อมูลผลการพัฒนาของสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา  

             2.2 ควรมีการศึกษาต่อยอดในลักษณะการวิจัยและพัฒนาเพื่อการพัฒนาทางเลือกหรือวิธีการใหม่ ๆที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการจัดการศึกษายิ่งขึ้นต่อไป

เอกสารอ้างอิง  

กระทรวงศึกษาธิการ. 2559. แผนพัฒนาการศึกษาของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 

          12 2560-2564). สำนักงานปลัดกระทวงศึกษาธิการ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์
กาญจนา  ศิลา. 2556. การศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียน
          สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานบางเขน.
สารนิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขา
          บริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์ 2560. เทคนิคการเขียนบทความวิจัยและ บทความวิชาการ.  
          มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
ธนะวัฒน์ วรรณประภา. 2560. สื่อสังคมออนไลน์กับการศึกษา Social Media with Education.        วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ภาควิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา
          คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา.

ธุมากร  เจดีย์คำ. 2559. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยน แปลงของผู้บริหาร
          สถานศึกษากับประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
. วิทยานิพนธ์ สาขาบริหาร
          การศึกษา ครุศาสตร์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
พิชาภพ  พันธุ์แพ. 2555. ผู้นำกับการจัดการการเปลี่ยนแปลง. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
          มหาวิทยาลัย

พิณสุดา สิริธรังศรี. 2547. รูปแบบการจัดการการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา. กรุงเทพมหานคร :
          สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 หน้า 1 ตอนที่ 62 ก 6 กรกฎาคม 2546

วิเชียร วิทยอุดม. 2550. ภาวะผู้นำ กรุงเทพมหานคร : ธีระฟิล์มและไซเท็กซ์.

สายทอง  สุจริยาพงศ์พร. 2559. การสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาองค์กร . (ออนไลน์) สืบค้นเมื่อ
          12 มกราคม 2561 จาก http://www.chumphon2.mjc.ac.th.

สุนิสา ประวิชัย. 2561. กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์. คณะนิเทศศาสตร์
          มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.    

เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. 2552. ภาวะผู้นำในประมวลสาระชุดวิชาทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา หน่วยที่ 5-8. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2549. เอกสารประกอบการพัฒนาผู้นำการ
          เปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจสำหรับผู้บริหารและผู้บริหารการศึกษาและ
          ผู้บริหารสถานศึกษา.
กระทรวงศึกษาธิการ.

 

ประวัติผู้รายงาน

           

ชื่อผู้รายงาน               ศังกร  รักชูชื่น 

หมายเลขโทรศัพท์        0611746555

ที่ทำงาน                   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1
                               193 หมู่ 12 ถนนตรัง-ปะเหลียน ต.โคกหล่อ  อ.เมือง จ.ตรัง 92000

หมายเลขโทรศัพท์ ที่ทำงาน    075572027       โทรสาร  075 572509

ประวัติการศึกษา

ระดับปริญญาตรี    ศึกษาศาสตร์บัณฑิต สาขาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ระดับปริญญาโท   การศึกษมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ

ประวัติการทำงาน
          พ.ศ. 2557-2558 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8
          พ.ศ. 2558-2560 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 
          พ.ศ. 2560-ปัจจุบัน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 

 

ดาวน์โหลดบทความผลงานการรายงานผลการบริหารจัดการศึกษาแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงฯ

admin

About admin